5 ความเชื่อผิดๆ ที่ทำให้นักลงทุนมือใหม่ในตลาดหุ้น ‘เจ๊งไม่เป็นท่า’

2

เผยแพร่เมื่อ

ในโลกการลงทุนที่ใครๆ ก็บอกว่าเข้าถึงง่ายขึ้นด้วยปลายนิ้ว คนส่วนใหญ่เชื่อว่าแค่มีเงิน มีแอปฯ ก็รวยได้ แต่ในความเป็นจริง สนามรบแห่งนี้มีกับดักซ่อนอยู่มากมาย นักลงทุนหน้าใหม่จำนวนมากต้องล้มเหลว หมดตัว เพราะเดินตามรอยความเชื่อผิดๆ ที่ถูกป้อนมาตั้งแต่เริ่มต้น

คุณอาจคิดว่าแค่ซื้อหุ้นตามข่าว ตามเซียน หรือตามเพื่อนที่ดูเหมือนจะรวยแล้วก็พอ แต่ความจริงคือ การลงทุนไม่ใช่เรื่องของการลอกการบ้าน ยิ่งพยายามตามคนอื่นมากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งถอยห่างจากความสำเร็จไปเท่านั้น เพราะรากฐานความเข้าใจที่ผิดเพี้ยนเหล่านี้เองที่ทำให้หลายคนตกหลุมพราง

เราจะมาเปิดโปง ข้อผิดพลาดมือใหม่เล่นหุ้น ที่แฝงตัวอยู่ในสามัญสำนึกการลงทุนทั่วไป ซึ่งเป็นต้นเหตุให้พอร์ตพังไม่เป็นท่า มาดูกันว่าคุณกำลังเดินซ้ำรอยความผิดพลาดเหล่านี้อยู่หรือไม่ และเหตุผลเบื้องหลังที่แท้จริงคืออะไร

กับดักที่ 1: ลงทุนตามกระแสหรือ ‘ซื้อตามเขาบอก’

นักลงทุนมือใหม่มักตกเป็นเหยื่อของกระแสข่าวลือ หรือคำแนะนำจาก ‘กูรู’ ที่ปรากฏตามสื่อ คุณเห็นหุ้นตัวไหนวิ่งแรงๆ ก็รีบโดดเข้าไปซื้อทันที โดยไม่ทำความเข้าใจว่าบริษัทนั้นทำธุรกิจอะไร มีพื้นฐานแข็งแกร่งแค่ไหน

ความเข้าใจผิดนี้เกิดจากความโลภและความกลัวที่จะตกรถ (FOMO) คุณเห็นคนอื่นรวย คุณก็อยากรวยบ้าง ยิ่งเห็นราคาวิ่งไปไกล คุณก็ยิ่งรู้สึกว่าต้องรีบเข้าไปคว้าโอกาสนั้นไว้ แต่เมื่อข่าวดีแพร่กระจายไปทั่ว ราคาหุ้นมักจะสะท้อนข่าวดีนั้นไปหมดแล้ว การที่คุณเข้าไปซื้อในจุดนั้น มักจะเป็นจุดสูงสุด ก่อนที่ราคาจะกลับตัวลง

  • คุณเป็นคนสุดท้ายที่รู้: ข่าวดีที่มาถึงหูคุณ มักจะเป็นข่าวที่คนวงในรู้มานานแล้ว และพวกเขาอาจจะเริ่มขายทำกำไรออกไปแล้วด้วยซ้ำ
  • เข้าซื้อในราคาสูงเกินไป: เมื่อคุณวิ่งตามกระแส คุณมักจะซื้อที่ราคาแพง และไม่มี Margin of Safety เหลืออยู่เลย
  • ขาดความเข้าใจในธุรกิจ: การที่คุณไม่รู้ว่าตัวเองกำลังลงทุนในอะไร ทำให้คุณไม่มีหลักยึด เมื่อตลาดผันผวน คุณจะตื่นตระหนกและขายทิ้งในราคาต่ำสุดเสมอ

กับดักที่ 2: เน้นเทรดสั้น หวังรวยเร็ว

มือใหม่หลายคนเข้าสู่ตลาดหุ้นด้วยภาพฝันของการเป็น Day Trader ที่สามารถทำกำไรได้ภายในวันเดียว หรือเทรดสั้นๆ แล้วรวยทันที พวกเขาเชื่อว่าการทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงราคาเพียงเล็กน้อยนั้นง่ายกว่าการรอคอยระยะยาว ทุ่มเวลาไปกับการเฝ้าหน้าจอ

ความเชื่อนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยสื่อและโฆษณาที่มักจะนำเสนอภาพลักษณ์ของความสำเร็จที่รวดเร็ว แต่ในความเป็นจริง การเทรดสั้นต้องใช้ทักษะ ประสบการณ์ และวินัยที่สูงมาก ซึ่งมือใหม่แทบไม่มีสิ่งเหล่านี้เลย ค่าธรรมเนียมการซื้อขายที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งยังกัดกินกำไรของคุณไปโดยไม่รู้ตัว

  • ต้นทุนที่มองไม่เห็น: ค่าคอมมิชชั่นและภาษีจากการซื้อขายบ่อยครั้ง อาจสูงกว่ากำไรที่คุณได้มา
  • อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล: การเปลี่ยนแปลงราคาที่รวดเร็วทำให้มือใหม่ตัดสินใจด้วยอารมณ์ ส่งผลให้เข้าซื้อแพง ขายถูก
  • ความรู้ไม่พอ: การวิเคราะห์กราฟเทคนิคเชิงลึกต้องใช้ความรู้และความชำนาญ ซึ่งมือใหม่มักจะใช้เพียงอินดิเคเตอร์พื้นฐานที่เข้าใจผิดๆ

กับดักที่ 3: ไม่มีแผนการลงทุนที่ชัดเจน

นักลงทุนมือใหม่ส่วนใหญ่กระโดดเข้าสู่ตลาดโดยไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรจากการลงทุน ระยะเวลาเท่าไหร่ที่จะถือหุ้น และจะทำอย่างไรเมื่อตลาดผันผวน พวกเขาเพียงแค่หวังว่าจะทำกำไร

การขาดแผนการลงทุนที่ชัดเจนเปรียบเสมือนการเดินเรืออย่างไร้เข็มทิศ เมื่อเจอพายุคุณก็ไม่รู้ว่าจะไปทางไหนดี การมีแผนที่ชัดเจนจะช่วยให้คุณมีหลักยึด ไม่ว่าสถานการณ์ตลาดจะเป็นอย่างไร คุณก็ยังคงยึดมั่นในวินัยและเป้าหมายระยะยาวได้

  • กำหนดเป้าหมาย: คุณต้องการเงินเท่าไหร่ เมื่อไหร่ และเพื่ออะไร จะช่วยให้คุณเลือกสินทรัพย์ที่เหมาะสม
  • ควบคุมอารมณ์: แผนที่ชัดเจนจะช่วยลดการตัดสินใจที่ใช้อารมณ์เป็นหลัก เมื่อตลาดผันผวนคุณจะรู้ว่าควรทำอย่างไร
  • วัดผลและปรับปรุง: การมีแผนทำให้คุณสามารถวัดผลการลงทุนของตัวเองได้ และปรับปรุงแผนให้ดีขึ้นเรื่อยๆ

การลงทุนในตลาดหุ้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไปถ้าคุณเข้าใจหลักการที่ถูกต้อง และเรียนรู้จาก ข้อผิดพลาดของนักลงทุนมือใหม่ ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ จงอย่าหลงไปกับความเชื่อผิดๆ ที่นำพาแต่ความเสียหาย แต่จงสร้างรากฐานความรู้และความเข้าใจที่แข็งแกร่งด้วยตัวของคุณเอง คุณพร้อมที่จะเปลี่ยนมุมมอง และเริ่มลงทุนอย่างชาญฉลาดแล้วหรือยัง