ใช้ Google Keyword Planner ฟรีแบบไม่หลงเมนู: ตั้งแต่เปิดบัญชีจนได้คำค้นที่ใช้วางแผนคอนเทนต์

1

เผยแพร่เมื่อ

คนจำนวนมากคิดว่าการใช้เครื่องมือวางแผนคีย์เวิร์ดต้องเริ่มจากการจ่ายเงินให้ Google Ads ความจริงคือคุณเปิดใช้เครื่องมือได้ฟรี แต่จุดที่ทำให้เสียเวลาคือ Google พยายามพาไปสร้างแคมเปญก่อน ทั้งที่คนส่วนใหญ่แค่ต้องการรู้ว่าผู้คนค้นหาอะไร และคำเหล่านั้นเหมาะกับบทความของตัวเองหรือไม่

ถ้าคุณกำลังหาวิธีใช้ Google Keyword Planner โดยไม่เผลอเปิดโฆษณา ขั้นตอนที่ถูกต้องคือแยก “การเข้าถึงข้อมูล” ออกจาก “การซื้อโฆษณา” ให้ชัด จากนั้นค่อยตั้งประเทศ ภาษา และคำตั้งต้นให้ตรงกับกลุ่มผู้อ่าน มิฉะนั้นตัวเลขที่ได้อาจดูน่าเชื่อถือ แต่ใช้กับงานจริงไม่ได้

เริ่มใช้งานโดยไม่ต้องเปิดแคมเปญ

เครื่องมือนี้อยู่ภายใน Google Ads จึงต้องมีบัญชี Google และต้องเข้าสู่ระบบก่อน การมีบัญชี Google Ads ไม่ได้แปลว่าคุณต้องลงโฆษณาทันที จุดที่ต้องระวังคือหน้าเริ่มต้นอาจพยายามให้เลือกเป้าหมายธุรกิจและสร้างแคมเปญ หากไม่ได้ต้องการซื้อโฆษณา ให้มองหาตัวเลือกสำหรับเปลี่ยนไปใช้โหมดผู้เชี่ยวชาญ หรือข้ามการสร้างแคมเปญตามตัวเลือกที่แสดงในหน้าจอปัจจุบัน

เมื่อเข้าหน้าหลักของ Google Ads แล้ว ให้เปิดเมนูเครื่องมือและเลือกส่วนวางแผน จากนั้นเลือกเครื่องมือค้นหาคีย์เวิร์ด การใช้เครื่องมือและดูแนวคิดคำค้นไม่เสียค่าบริการ แต่ถ้าคุณสร้างแคมเปญและกดเผยแพร่จริง ค่าโฆษณาจะเกิดขึ้นตามการตั้งค่าและการใช้งานแคมเปญนั้น

จำประโยคนี้ไว้: เปิดบัญชีเพื่อใช้เครื่องมือได้ แต่ยังไม่ต้องเติมเงินหรือเผยแพร่โฆษณาเพื่อเริ่มค้นคำ อย่างไรก็ตาม เมนูและชื่อปุ่มอาจเปลี่ยนตามประเทศ ประเภทบัญชี หรือการอัปเดตของ Google หากหน้าจอไม่เหมือนคู่มือ ให้ยึดคำว่า “เครื่องมือวางแผนคีย์เวิร์ด” และตรวจให้แน่ใจว่ายังไม่ได้ยืนยันแคมเปญที่มีค่าใช้จ่าย

ตั้งค่าก่อนค้น ไม่อย่างนั้นข้อมูลจะหลอกตา

หลังเปิดเครื่องมือ คุณจะพบแนวทางหลัก เช่น ค้นหาคีย์เวิร์ดใหม่ หรือดูปริมาณการค้นหาและการคาดการณ์ สำหรับคนทำคอนเทนต์ทั่วไป ให้เริ่มจากการค้นหาคำใหม่ด้วยคำตั้งต้นที่สะท้อนปัญหาของผู้อ่านจริง ไม่ใช่ใส่คำกว้างเพียงคำเดียวแล้วหยิบทุกอย่างที่ระบบเสนอ

ตัวอย่างเช่น ถ้าทำบทความเกี่ยวกับพื้นที่อยู่อาศัยขนาดเล็ก คำตั้งต้นอาจเป็น “จัดสีห้องเล็ก” “เลือกวัสดุห้องน้ำ” หรือ “แสงในห้องแคบ” แล้วค่อยดูว่าผู้ใช้ค้นหาด้วยถ้อยคำแบบไหน ขั้นตอนนี้ช่วยให้เห็นความแตกต่างระหว่างคำที่เป็นหัวข้อกว้าง กับคำที่บอกปัญหาและความตั้งใจได้ชัดกว่า

ก่อนกดดูผลลัพธ์ ให้ตรวจตัวกรองหลักเสียก่อน เพราะค่าตั้งต้นอาจไม่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของคุณ จุดตรวจที่ควรไล่ดูมีดังนี้

  • สถานที่ เลือกประเทศไทย จังหวัด หรือพื้นที่ที่ต้องการวัดผล แทนการปล่อยเป็นทั่วโลก
  • ภาษา เลือกภาษาไทย หากเนื้อหามุ่งสื่อสารกับคนค้นหาภาษาไทย
  • เครือข่าย ใช้ค่าที่เหมาะกับเป้าหมาย และอย่าสับสนข้อมูลจากพาร์ตเนอร์กับ Google Search โดยตรง
  • ช่วงเวลา ดูแนวโน้มย้อนหลังเพื่อสังเกตฤดูกาล ไม่ใช่ตัดสินจากเดือนล่าสุดเพียงเดือนเดียว
  • คำที่ไม่ต้องการ ตัดคำที่เกี่ยวกับงานหรือสินค้าอีกประเภท เพื่อไม่ให้รายการปนกัน

เมื่อเปลี่ยนสถานที่หรือภาษา ผลลัพธ์จะเปลี่ยนตามทันที นี่คือเหตุผลที่ตัวเลขจากบทความคนละประเทศนำมาเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ และเป็นสาเหตุที่คำค้นเดียวกันอาจมีความคุ้มค่าสำหรับตลาดหนึ่ง แต่ไม่เหมาะกับอีกตลาดหนึ่ง

อ่านตัวเลขให้เป็น ก่อนเลือกคำไปเขียน

หน้าผลลัพธ์มักแสดงปริมาณการค้นหาเฉลี่ยต่อเดือน การเปลี่ยนแปลงของแนวโน้ม ระดับการแข่งขัน และช่วงราคาประมูลโดยประมาณ ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์ แต่ไม่ได้บอกว่าบทความของคุณจะติดอันดับหรือได้รับผู้เข้าชมเท่าไรโดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะบัญชีที่ยังไม่มีแคมเปญ ข้อมูลปริมาณค้นหาอาจแสดงเป็นช่วงกว้าง

อย่าเลือกคำจากตัวเลขสูงสุดอย่างเดียว คำกว้างอาจมีคนค้นหามาก แต่ไม่ชัดว่าคนค้นต้องการอ่านวิธีทำ เปรียบเทียบราคา หรือซื้อสินค้า หากเนื้อหาไม่ตรงความตั้งใจ ผู้เข้าชมก็ออกจากหน้าเร็ว ต่อให้คำนี้ดูดีในตารางก็ตาม

ใช้เกณฑ์สามชั้นเพื่อคัดคำที่นำไปทำงานได้จริง โดยเริ่มจากความเกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะเขียน แล้วดูเจตนาของคำ ก่อนพิจารณาปริมาณค้นหา หากคำหนึ่งมีปริมาณน้อยกว่าแต่ระบุปัญหาชัด เช่น “เลือกสีห้องเล็กให้สว่าง” คำนั้นอาจเหมาะกับบทความเฉพาะทางมากกว่าคำว่า “แต่งห้อง” ที่กว้างเกินไป

  1. คัดคำที่ตรงกับปัญหาของผู้อ่านและสิ่งที่เว็บไซต์อธิบายได้จริง
  2. แยกคำถาม วิธีทำ เปรียบเทียบ และคำที่มีเจตนาซื้อออกจากกัน
  3. ดูปริมาณค้นหา แนวโน้ม และการแข่งขันเป็นข้อมูลประกอบ ไม่ใช่คำตัดสินสุดท้าย
  4. เปิดดูแนวคิดคำค้นที่เกี่ยวข้อง แล้วจัดกลุ่มคำซ้ำหรือความหมายใกล้กัน
  5. เลือกคำหลักหนึ่งคำต่อบทความ และใช้คำรองเพื่อขยายคำตอบอย่างเป็นธรรมชาติ

หลังคัดแล้ว ให้ดาวน์โหลดหรือบันทึกรายการไว้เป็นตาราง แยกคอลัมน์คำค้น เจตนา สถานที่ ปริมาณค้นหา และมุมที่จะเขียน วิธีนี้ช่วยลดอาการเลือกหัวข้อจากความรู้สึกชั่วคราว และทำให้เห็นว่าหลายคำเป็นเพียงรูปแบบการถามเรื่องเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องสร้างบทความแยกทุกคำ

จุดพลาดที่ทำให้ใช้ฟรีแต่ไม่ได้ข้อมูลที่ดี

ความพลาดแรกคือใส่คำตั้งต้นกว้างเกินไปแล้วเชื่อรายการแนะนำทั้งหมด ความพลาดถัดมาคือไม่ตรวจพื้นที่กับภาษา ทำให้ได้ข้อมูลจากตลาดที่ไม่เกี่ยวข้อง อีกจุดคือเข้าใจคำว่า “การแข่งขันต่ำ” ว่าจะติดอันดับง่ายเสมอ ทั้งที่ตัวชี้วัดการแข่งขันในเครื่องมือถูกออกแบบมาเพื่อมุมมองโฆษณา จึงไม่ใช่คะแนนความยากของ SEO แบบตรงตัว

อีกเรื่องที่มักถูกมองข้ามคือแนวโน้มตามฤดูกาล คำเกี่ยวกับวัสดุแต่งบ้าน สี หรือการปรับพื้นที่อาจมีความสนใจเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา แต่แนวโน้มไม่ได้รับประกันอนาคต ใช้มันเพื่อวางจังหวะเผยแพร่และตรวจสมมติฐาน แล้วค่อยนำไปเทียบกับข้อมูลจริงจาก Search Console หลังบทความเริ่มมีการแสดงผล

อย่าใช้เครื่องมือนี้เป็นเครื่องทายอนาคต ให้ใช้เป็นแผนที่คร่าว ๆ ก่อนลงพื้นที่จริง เริ่มจากคำถามของผู้อ่าน ตั้งค่าตลาดให้ถูก อ่านตัวเลขโดยไม่หลงตัวเลขสูง และตรวจผลหลังเผยแพร่ เมื่อทำเช่นนี้ การใช้ Google Keyword Planner ฟรีจะไม่จบแค่การได้รายการคำค้น แต่จะช่วยให้คุณรู้ว่าควรเขียนเรื่องไหนให้คนในพื้นที่และงบประมาณจริงของตัวเองอ่านต่อ คำถามที่เหลือคือ คุณกำลังเลือกคำจากสิ่งที่คนค้นหา หรือจากสิ่งที่คุณอยากเขียนกันแน่